วันนี้ได้เที่ยวตลาดนํ้า "บางนํ้าผึ้ง" ตอนแรกก็เฉยๆ เพราะกะหาอะไรทานเป็นอาหารเช้าควบอาหารเที่ยง แต่พอค่อยๆ ได้เดิน รู้สึกสนุกจัง บรรยากาศธรรมดาๆ เหมือนตลาดนัดทั่วไปๆ แต่บางอย่างทำให้รู้สึกมีความสุข ได้มองเห็นของขายที่ดูย้อนสมัยนิดๆ ก็รู้สึกถึงกลิ่นอายของบรรยากาศเก่าๆ พอเดินเข้าไปเรื่อยๆ ทางด้านขาวมือจะเป็นร้านอาหาร และทั้งแถบนั้นจะเป็นโต๊ะที่นั่งทานกับพื้น ใครใส่กางเกงคับๆ มานี่ อย่าได้นั่งเลย ไม่งั้นมีสิทธิ์ถอยกางเกงใหม่เป็นแน่
ระหว่างที่เดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็ได้รับความรู้สึกของกลิ่นอายธรรมชาติ ระหว่างทางเดินก็มีต้นไม้สองข้างทาง ช่วงเวลานั้นก็ประมาณเที่ยงได้ แต่มีรมเงาของต้นไม้ทำให้อากาศบริเวณนั้นไม่ร้อนมากไป สามารถเดินเล่นดูสินค้าได้อย่างเพินเพลิน พร้อมทั้่งของกินข้างทาง เห็นแล้วน้ำลายไหล
เมื่อเดินไปได้สักพักจะมีลานกว้าง พร้อมโต๊ะกับเก้าอี้ไม้หินอ่อน หรือโต๊ะไม้ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักทานขนมนมเนยหรืออาหารที่มีขายบริเวณนั้น พร้อมบทเพลงที่บรรเลงให้นักท่องเที่ยวได้ฟังอย่างเพินเพลิน พร้อมกับการเดินเล่น ฟังเพลง บริเวณโดยรอบแถวนั้น มีต้นไม้หลากหลายชนิด บดบังแสงแดดยามเที่ยงได้อย่างดี ทำให้บริเวณนั้น น่านั่งพักผ่อนจริงๆ ใครมีเวลาว่างๆ อยากใกล้ชิดธรรมชาติ ลองไปเที่ยวดู
เดินผ่านขึ้นไปตามทาง ได้เจอเรือนหลังใหญ่ หลังหนึ่ง (ที่เรียกว่าเรือน เพราะทำด้วยไม้ทัั้งหลัง และรูปทรงเหมือนเรือนสมัยก่อน) มีคนนั่งพักผ่อนคับคั่ง พอเดินไปดูทางเข้า มีป้ายเขียนว่า "กาแฟเย็น 25, กาแฟร้อน 20, ชาเย็น 20 ฯลฯ" เลยเดินเข้าไป ใต้ถุนเรือนนั้น เย็นมาก แตกต่างจากด้านนอกเลย บริเวณรอบๆ มีทั้งที่นั่ง และตู้โชว์ โต๊ะหมากรุก เฟอร์นิเจอร์เก่า เดินเข้าไปมีร้านขายกาแฟอยู่ ร้านมีรถเข็น มีคนยืนต่อคิวซื้ออยู่ เลยเข้าไปซื้อบ้าง ได้กาแฟเย็น กับโซดานํ้าแดง และมีเมี่ยงคำอีกหนึ่ง เป็นอาหารว่าง (แต่ยังไม่ได้กินอะไรกันนะ กินอาหารว่างซะล่ะ) และก็หาที่นั่งได้ตามอัธยาศัย นั่งดื่มกาแฟ กับเมี่ยงคํา อร่อยไปอีกแบบ
นั่งมองนักท่องเที่ยวพาครอบครัว เพื่อน คนรัก มานั่งเล่นพูดคุยถ่ายรูปกัน น่ารักดี มีพ่อกับลูกสาวยืนเล่นหมากรุก เล่นกันนานจนจบเกม ความจริงไม่ได้ตั้งใจมอง แต่พอดีได้ยินเสียงลูกสาวบอกว่า "หนูแพ้แล้วนะ ไม่มีตัวช่วยเลย" พ่อก็เหมือนจะอยากช่วยลูกสาว แต่ดูบนกระดานแล้ว ท่าทางลูกสาวจะแพ้จริง
นั่งสักพักก็เดินทางกลับ ระหว่างตอนจะขึ้นมอไซค์ ก็ไปเห็นกุญแจรถข้างๆ ลืมไว้ตรงที่เสียบเบาะ เลยได้เดินไปบอกเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรถแถวนั้นว่ามีกุญแจเสียบคาไว้ รบกวนเก็บให้เจ้าของรถด้วย อ่ะนะ วันนี้ได้ทำความดีเพิ่มเติม มีความสุขจัง
ระหว่างทางกลับ ต้องขึ้นเรือจากวัด !!! (จำชื่อวัดไม่ได้) ก็มองดูบริเวณรอบๆ มีให้เช่าจักรยานด้วย น่าจะสนุกดีนะเนี่ย ขึ้นเรืออากาศเย็นๆ แหม วันนี้มีความสุขอีกครั้ง แต่อีกไม่กี่นาทีก็ต้องกลับไปสู่ชีวิตปกติ แต่อยากน้อย ความรู้สึกที่ได้นั่งซ้อนเจ้า ER คันนี้ ก็ทำให้ได้อะไรหลายอย่าง ที่บางครั้งเรานั่งรถเม หรือนั่งรถยนต์ ก็อาจไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนี่ ที่มีลมสัมผัสผิวกาย ทั้งอากาศเย็น และอากาศร้อน
ทั้งหมดนี่ ขอบคุณ เจ้าของ ER ที่พาไปเดินเที่ยว นั่งรถชมวิว กับหาห้องน้ำเข้าบ่อยๆ -
ระหว่างที่เดินเข้าไปเรื่อยๆ ก็ได้รับความรู้สึกของกลิ่นอายธรรมชาติ ระหว่างทางเดินก็มีต้นไม้สองข้างทาง ช่วงเวลานั้นก็ประมาณเที่ยงได้ แต่มีรมเงาของต้นไม้ทำให้อากาศบริเวณนั้นไม่ร้อนมากไป สามารถเดินเล่นดูสินค้าได้อย่างเพินเพลิน พร้อมทั้่งของกินข้างทาง เห็นแล้วน้ำลายไหล
เมื่อเดินไปได้สักพักจะมีลานกว้าง พร้อมโต๊ะกับเก้าอี้ไม้หินอ่อน หรือโต๊ะไม้ ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งพักทานขนมนมเนยหรืออาหารที่มีขายบริเวณนั้น พร้อมบทเพลงที่บรรเลงให้นักท่องเที่ยวได้ฟังอย่างเพินเพลิน พร้อมกับการเดินเล่น ฟังเพลง บริเวณโดยรอบแถวนั้น มีต้นไม้หลากหลายชนิด บดบังแสงแดดยามเที่ยงได้อย่างดี ทำให้บริเวณนั้น น่านั่งพักผ่อนจริงๆ ใครมีเวลาว่างๆ อยากใกล้ชิดธรรมชาติ ลองไปเที่ยวดู
เดินผ่านขึ้นไปตามทาง ได้เจอเรือนหลังใหญ่ หลังหนึ่ง (ที่เรียกว่าเรือน เพราะทำด้วยไม้ทัั้งหลัง และรูปทรงเหมือนเรือนสมัยก่อน) มีคนนั่งพักผ่อนคับคั่ง พอเดินไปดูทางเข้า มีป้ายเขียนว่า "กาแฟเย็น 25, กาแฟร้อน 20, ชาเย็น 20 ฯลฯ" เลยเดินเข้าไป ใต้ถุนเรือนนั้น เย็นมาก แตกต่างจากด้านนอกเลย บริเวณรอบๆ มีทั้งที่นั่ง และตู้โชว์ โต๊ะหมากรุก เฟอร์นิเจอร์เก่า เดินเข้าไปมีร้านขายกาแฟอยู่ ร้านมีรถเข็น มีคนยืนต่อคิวซื้ออยู่ เลยเข้าไปซื้อบ้าง ได้กาแฟเย็น กับโซดานํ้าแดง และมีเมี่ยงคำอีกหนึ่ง เป็นอาหารว่าง (แต่ยังไม่ได้กินอะไรกันนะ กินอาหารว่างซะล่ะ) และก็หาที่นั่งได้ตามอัธยาศัย นั่งดื่มกาแฟ กับเมี่ยงคํา อร่อยไปอีกแบบ
นั่งมองนักท่องเที่ยวพาครอบครัว เพื่อน คนรัก มานั่งเล่นพูดคุยถ่ายรูปกัน น่ารักดี มีพ่อกับลูกสาวยืนเล่นหมากรุก เล่นกันนานจนจบเกม ความจริงไม่ได้ตั้งใจมอง แต่พอดีได้ยินเสียงลูกสาวบอกว่า "หนูแพ้แล้วนะ ไม่มีตัวช่วยเลย" พ่อก็เหมือนจะอยากช่วยลูกสาว แต่ดูบนกระดานแล้ว ท่าทางลูกสาวจะแพ้จริง
นั่งสักพักก็เดินทางกลับ ระหว่างตอนจะขึ้นมอไซค์ ก็ไปเห็นกุญแจรถข้างๆ ลืมไว้ตรงที่เสียบเบาะ เลยได้เดินไปบอกเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรถแถวนั้นว่ามีกุญแจเสียบคาไว้ รบกวนเก็บให้เจ้าของรถด้วย อ่ะนะ วันนี้ได้ทำความดีเพิ่มเติม มีความสุขจัง
ระหว่างทางกลับ ต้องขึ้นเรือจากวัด !!! (จำชื่อวัดไม่ได้) ก็มองดูบริเวณรอบๆ มีให้เช่าจักรยานด้วย น่าจะสนุกดีนะเนี่ย ขึ้นเรืออากาศเย็นๆ แหม วันนี้มีความสุขอีกครั้ง แต่อีกไม่กี่นาทีก็ต้องกลับไปสู่ชีวิตปกติ แต่อยากน้อย ความรู้สึกที่ได้นั่งซ้อนเจ้า ER คันนี้ ก็ทำให้ได้อะไรหลายอย่าง ที่บางครั้งเรานั่งรถเม หรือนั่งรถยนต์ ก็อาจไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกนี่ ที่มีลมสัมผัสผิวกาย ทั้งอากาศเย็น และอากาศร้อน
ทั้งหมดนี่ ขอบคุณ เจ้าของ ER ที่พาไปเดินเที่ยว นั่งรถชมวิว กับหาห้องน้ำเข้าบ่อยๆ -